แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - parple1199

หน้า: [1]
1
เกร็ดความรู้คู่สมุนไพร (มะขามป้อม)

            ในทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับมะขามป้อมนั้น ผู้เขียนได้นำเสนอแก่ทุกท่านมาจนครบหมดทุกประเด็นเรื่องราวแล้วและในบทความนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเพิ่มเติมจากที่ได้นำเสนอไปในบทความก่อนหน้านี้ ที่ผู้เขียนคิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจในเรื่องราวเกี่ยวกับมะขามป้อมสมุนไพรที่พบได้ในประเทศไทย และมีถิ่นกำเนิดในไทยจากข้อมูลที่ได้มีการศึกษาในมะขามป้อมนั้นพบว่ามะขามป้อมเป็นพืชที่ให้วิตามินซี (กรดแอสคอบิด) สูงที่สุดในบรรดาพืชทุกชนิดในโลก (มากกว่า มะนาว มะขามแขก ทับทิม ส้มแขก) และในผลของมะขามป้อมนั้นมีสารที่ป้องกันการทำให้วิตามินซีสลายตัว จึงทำให้มะขามป้อมอาจคงวิตามินซีในผลได้นาน แต่จะต่างกันไปในสถานะต่างๆ เช่น ผลมะขามป้อมดองในน้ำเกลือ นาน 20 วัน จะเสียวิตามินซีจากผลสดไป 68% และกลิ่นของผลมะขามป้อมสดก็ลดลง เนื้อนุ่มขึ้นขนาดผลมีการพองตัวทำให้ใหญ่ขึ้น และหากเราเก็บผลสดไว้ในอุณหภูมิห้องนาน 1 ปี จำทำให้เสียวิตามินซีไป 67% น้ำคั้นจากผลสดใส่ขวดเก็บไว้ที่อุณหภูมิน้องนาน 14 วัน จะสูญเสียวิตามินซีไป 50% แต่หากเก็บไว้ในตู้เย็นจะสูญเสียวิตามินซีไปน้อยกว่า และอีกประเด็นหนึ่งคือ กระทรวงสาธารณสุขไทยพบว่ามะขามป้อมเป็น 1 ใน 30 เครื่องดื่มสมุนไพรที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระลดริ้วรอยเหี่ยวย่นและชะลอความแก่ได้ถึง 80% รวมถึงลดความเสี่ยงในโรคหัวใจ โรคข้อเสื่อม อัมพาต ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในไทยพบว่า มะขามป้อมเป็นสมุนไพรที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้สูงสุด ในการเปรียบเทียบกับน้ำผลไม้ 50 ชนิด และในประเทศอินเดีย มีผลการค้นคว้ารายงานว่ามะขามป้อมเพิ่มภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยโรคเอดส์ (สารที่มีรสฝากช่วยยับยั้งเอนไซม์เชื้อเอดส์) รวมถึงยังได้นำน้ำสกัดจากมะขามป้อมมาทดลองกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และวัณโรค และทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นด้วย ล่าสุดมีผลการลองออกมาว่ามะขามป้อมยังช่วยขับสารพิษโลหะหนักออกจากร่างกายมนุษย์ได้ เพราะมะขามป้อมมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจึงมีสารบางตัวในนั้นไปจับกับโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ได้ และคนในอินเดียก็นิยมใช้มะขามป้อมทำยาพื้นบ้าน ทำแชมพูสระผม ทำสีย้อมผม ส่วนคนมาเลเซียใช้รักษาอาการไข้ รวมถึงคนอินโดนีเซียนำผลมะขามป้อมมาทุบหรือโขลกแล้วนำมาขยี้ที่ศีรษะเพื่อรักษาลดอาการปวดศีรษะและลดไข้ นอกจากนี้เนื้อไม้มะขามป้อมยังอาจนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกเช่น ทำเสาบ้านเรือน ขนาดเล็ก ทำไม้กระดาน ด้ามเครื่องมือการเกษตร หรือใช้เผาเพื่อนำเอาถ่าน มาใช้งานโดยจะให้ความร้อนถึง 8080 แคลลอรี่/กรัม เลยทีเดียว จากบทความต่างๆเกี่ยวกับมะขามป้อมที่ผู้เขียนได้นำเสนอแก่ทุกท่านจะเห็นได้ว่ามะขามป้อมเป็นพืชที่ให้ประโยชน์กับมนุษย์มากมายมหาศาล แล้วหลังจากจบบทความนี้ ผู้เขียนคิดว่าทุกท่านจะหลงรักมะขามป้อมมากขึ้นกว่าเดิม

2

ถิ่นกำเนิดสะค้าน 
สะค้านพบได้ในทุกภาคของประเทศไทย ที่มีสภาพป่าดิบชื้น โดยพืชสกุลพริกไทยส่วนใหญ่แล้วมีแหล่งที่สำรวจพบอยู่ในเขตร้อนชื้น จากการสำรวจความหลากหลายในประเทศไทยจนถึงปัจจุบันซึ่งรวบรวมไว้ใน “หนังสือพืชสกุลพริกไทยในประเทศไทย” พืชสกุลพริกไทยในประเทศไทยทั้งสิ้น 42 อย่าง และอีก 1 ตัวอย่าง ที่ยังไม่ สามารถ ระบุ ชนิด ได้
ลักษณะทั่วไปของสะค้าน
ไม้เถาเลื้อย ลำต้นอวบอ้วนขนาดใหญ่ ทุกส่วนเกลี้ยง รูปทรงและขนาดของใบพบได้หลากหลาย เนื้อใบเหนียวและหนามาก ใบบนลำต้นมีขนาดเล็กกว่ามาก ส่วนใหญ่แผ่นใบรูปสามเหลี่ยมแคบโดยเรียวไปทางปลายใบ หรือรูปไข่แคบ ฐานใบเว้าลึกพูมน สมมาตรหรือไม่สมมาตร ปลายใบแหลม ใบบนกิ่งแผ่นใบรูปรี ฐานใบเว้ารูปหัวใจ ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม แผ่นใบทั้งสองแบบขนาด 5-11.5 x 8-22 เซนติเมตร เส้นใบมี คุณภาพ 9 เส้น มี 3 คู่ออกจากฐานใบ เส้นอื่นๆ ออกจากเส้นกลางใบเหนือฐานใบ 2-3 เซนติเมตร ช่อดอกเพศผู้ห้อยลง ขนาด 0.1-0.2 x 5-8 ซม. ก้านช่อดอกยาว 0.5-0.8 ซม. ใบประดับมีก้าน เกสรเพศผู้ 4 อัน ช่อผลยาว 2-18 ซม. ผลกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3-0.6 ซม. เมื่อแก่มีสีเขียวแกมเหลือง เมื่อสุกมีสีแดง ก้านผลยาว 0.5-0.6 ซม.
ชื่อพื้นเมือง :  ตะค้านเล็ก  ตะค้านหยวก
ภาพลายเส้น Piper ribesioides  ใบบนลำต้น (ก) ใบบนกิ่งและช่อดอก (ข) ช่อดอกเพศผู้ เกสรเพศผู้และใบประดับ (ค) ใบบนกิ่งและช่อผล (ง)
การขยายพันธุ์ของสะค้าน
สะค้านเป็นพันธุ์ไม้ป่า ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุย ระบายน้ำดี มีแสงรำไร ชอบเกาะตามต้นไม้ขนาดใหญ่ จึงไม้ นิยม นำมาเพาะพันธุ์ เพราะมักจะตายง่าย  แต่มีรายงานว่า เริ่มมีการพยายามนำมาขยายพันธุ์อีกครั้งโดยการ เพาะปลูก เมล็ด
องค์ประกอบทางเคมี 
Piperine+)-3,7-dimethyl-3-hydroxy-4-( P-coumaryloxy)-1,6-octadiene, beta-sitosterol, lignans (-)-hinokinin and (-)-cubebin, methyl piperate, methyl 2 E,4 E,6 E-7-phenyl-2,4,6-heptatrienoate, N-isobutyl-2 E,4 E-dace-2,4-dienamide, palmitic acid, stearic acid
สรรพคุณของสะค้าน 
เครือ ใช้ประกอบอาหารช่วยเพิ่มรสเผ็ด เช่นใส่แกงหน่อ แกงขนุน(ม้ง) เนื้อไม้ ซอยใส่ลาบ ใส่แกง(กะเหรี่ยงแดง) ลำต้น ใช้ใส่แกง ช่วยให้มีกลิ่นหอม(ขมุ) ลำต้น ใช้เป็นเครื่องเทศปรุงอาหารเพิ่มรสเผ็ด(เมี่ยน) ลำต้น ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาว(ไทลื้อ) เครือแก่ สับเป็นแว่นเล็กๆ แล้วนำไปเป็นส่วนประกอบในอาหาร เช่น แกงปลี, ใบอ่อน นำไปแกงขนุน มีกลิ่นหอม(คนเมือง) แก้ลมอัมพฤกษ์ แก้ลมในทรวงอก  ขับลมในทรวงอก  ขับลมในลำไส้  บำรุงกำลัง  แก้ไข้  แก้หืด  แก้จุดเสียด  รักษา ธาตุ ใช้เป็นยาแก้ลมในกองเสมหะโลหิต (ใบ) ดอกมีรสเผ็ดร้อน มี สรรพคุณ เป็นยาแก้ลมอัมพฤกษ์ ลมปัตคาดที่เกิดจากพิษพรรดึก (ดอก) ผลมีรสร้อนเล็กน้อย ใช้เป็นยาแก้ลมแน่นในทรวงอก (ผล)
สะค้านหรือเถาสะค้านเป็นเครื่องยาไทย คุณสมบัติ หนึ่ง โบราณจัดไว้เป็นตัวยาประจำธาตุลม  ตำรา คุณสมบัติ ยาโบราณว่าสะค้านมีรสเผ็ดร้อน  แก้ลมอันบังเกิดในกองธาตุและกอง สมุฏฐาน ใช้ขับลมในลำไส้ แก้จุดเสียด  แก้ธาตุพิการ  บำรุงธาตุทำให้ผายเรอ  เบื่ออาหาร  มือเท้าเย็น  ปากแห้ง  คอแห้ง  คลื่นเหียนอาเจียนจนถึงขั้นหายใจขัด  เครื่องยานี้จัดอยู่ในพิกัดยาที่เรียกว่า “เบญจกูล” เป็นตัวยาในตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณหลายขนาน  พบในบัญชียาหลักแห่งชาติ  พ.ศ.2549  2  ตำรับ ได้แก่ ยาหอมนวโกฐ  และยาประสะกานพลู
 

3
สรรพคุณขมิ้นชัน
ตำรายาไทย: ใช้ภายใน ช่วยเจริญอาหาร ยาบำรุงธาตุ ฟอกเลือด แก้ท้องอืดเฟ้อ แน่น จุกเสียด ลดน้ำหนัก ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการดีซ่าน แก้อาการวิงเวียน แก้หวัด แก้อาการชัก ลดไข้ ขับปัสสาวะ เยียวยาอาการท้องมาน แก้ไข้ผอมแห้ง แก้เสมหะและโลหิตเป็นพิษ โลหิตออกทางทวารหนักและเบา แก้ตกเลือด แก้อาการตาบวม แก้ปวดฟันเหงือกบวม มีฤทธิ์ระงับเชื้อ ต้านวัณโรค ป้องกันโรคหนองใน แก้ท้องเสีย แก้บิด รักษามะเร็งลาม ใช้ภายนอก ช่วยบรรเทาอาการฟกช้ำบวม ปวดไหล่และแขน บวมช้ำและปวดบวม แก้ปวดข้อ สมานแผลสดและแผลถลอก ผสมยานวดคลายเส้นแก้เคล็ดขัดยอก แก้น้ำกัดเท้า แก้ชันนะตุ แก้กลากเกลื้อน แก้โรคผิวหนังผื่นคัน สมานแผล รักษาฝี  แผลพุพอง  ลดอาการแพ้  อักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อย  ตำใส่แผลห้ามเลือด รักษาผิว บำรุงผิว


  • รักษาโรคน้ำกัดเท้า โดยนำขมิ้นชันสดมาปอกเปลือกหรือขยี้ส่วนปลาย ก่อนใช้ทาบริเวณที่เกิดโรคน้ำกัดเท้า ซึ่งจะช่วยรักษาอาการให้หายเร็ว
  • บรรเทาอาการปวดบวมจากแมลงกัดต่อย ด้วยการนำขมิ้นชันสดบดผสมกับน้ำเล็กน้อย ก่อนนำมาประคบบริเวณถูกกัด
  • รักษาฝี ด้วยการใช้ขมิ้นชันบดให้ละเอียดก่อนนำมาประคบที่ฝี
  • ยาสตรีคลอดบุตร ด้วยการใช้ขมิ้นชันบดให้ละเอียดผสมกับดินสอพอง ทาบริเวณท้องหลังการคลอดบุตร ซึ่งจะช่วยทำให้ท้องยุบตัวเร็ว และช่วยลดหน้าท้องลายได้
  • รักษาสภาพฟัน และลดกลิ่นปาก ด้วยการนำขมิ้นชันสดมาเคี้ยว และอมค้างไว้ 1-2 นาที ซึ่งจะช่วยเยียวยาสภาพฟันให้แข็งแรง และช่วยลดกลิ่นปาก


นอกจากนี้บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา  ปรากฏการใช้ขมิ้นชัน ในยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ปรากฏตำรับ”ยาเหลืองปิดสมุทร” มีส่วนประกอบของขมิ้นชันเป็นองค์ประกอบหลัก ร่วมกับสมุนไพรอื่นอีก 12 ชนิดในตำรับ มีสรรพคุณลดอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น อุจจาระไม่เป็นมูก หรือมีเลือดปนและท้องเสียชนิดที่ไม่มีไข้ นอกจากนี้ยังจัดอยู่ในบัญชียาพัฒนาจากสมุนไพรที่สามารถใช้เดี่ยว เพื่อบรรเทาอาการแน่น จุกเสียด
ตารางที่ 1 การใช้เหง้าขมิ้นชันในการรักษาโรคต่างๆ ตามแนวทางการแพทย์แผนโบราณ





ประเทศ




สรรพคุณทางยา




อินเดีย
 
 
 
 
 
 
 
 
 


    - ให้กลิ่นหอม เป็นยากระตุ้น และช่วยขับลม
    - ผงขมิ้นผสมกับน้ำมะนาวใช้พอกเพื่อรักษาอาการ  บาดเจ็บ เคล็ด ขัด